คงไม่ใช่เรื่องที่เหนือความคาดหมายแต่อย่างใด หลังจากที่สโมสร เชลซี ได้ออกมาประกาศว่า พวกเขาได้เซ็นสัญญา โรเมลู ลูกากู กองหน้าจาก “ งูใหญ่ ” อินเตอร์มิลาน เข้าสู่ถิ่น สแตมฟอร์ดบริดจ์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยการเซ็นสัญญา 5 ปี เพื่อเพิ่มความดุดันในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าภายใต้แผนการทำทีมของ โธมัส ทูเคิล และแน่นอนว่างานนี้ ต้องยกเครดิตให้กับ มารินา กรานอฟสกายา ผู้อำนวยการหญิงแกร่ง ของ “ สิงโตน้ำเงินคราม ” เชลซี ที่ลงไม้ลงมือออกคำสั่ง และมีส่วนร่วมกับการเจรจาโน้มน้าวเพื่อจะดึง ลูกากู กลับมาร่วมงานกับ เชลซี เป็นรอบที่ 2 และพวกเขาทำได้สำเร็จ

ลูกากู ผู้เล่นคนสำคัญของ อินเตอร์ มิลาน ที่ผลักดันผลงานให้ทีม “ งูใหญ่ ” คว้าแชมป์ กัลโช เซเรีย อา ในซีซั่นที่ผ่านมา คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า ลูกากู คือกองหน้าที่ดีที่สุดในลีก อิตาลี นับตั้งแต่ที่เจ้าตัวย้ายไปร่วมงานกับ “ งูใหญ่ ” อินเตอร์ มิลาน 2 ปี

สำหรับก่อนหน้านี้ ได้คาดการณ์ว่า กองหน้าตัวเป้าที่ โธมัส ทูเคิล ต้องการคงจะเป็น เออร์ลิง ฮาแลนด์  กองหน้าร่างโย่ง จากสโมสร โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาค่อนข้างที่จะทำงานยาก หลังจากที่ ฮาร์แลนด์ เป็นเป้าหมายหลักของ แมนเชสเตอร์ ซิตี เช่นเดียวกัน และบอร์ดบริหารในลีกเมืองเบียร์ ก็ไม่ต้องการที่จะปล่อย ฮาแลนด์ ออกจากทีมอีกด้วย ด้วยสาเหตุนี้ เซลซี จึงได้มีข่าวกับ ลูกากู มาตลอด หลังจากที่มองว่า ลูกากู มีศักยภาพมากพอที่จะกลับมาทำงานในลีกเมืองผู้ดีอีกครั้ง

โรเมลู ลูกากู เคยอยู่ร่วมทัพ เชลซี ในปี 2011 ถึงปี 2014 ซึ่งตอนนั้น ลูกากู มีอายุ 18 ปี และเจ้าตัวก็ใช้เวลาส่วนมากกับการออกไปเล่นให้กับทีมอื่น หลังจากที่ เชลซี ปล่อยให้ เวสต์บรอมวิช ยืมตัว ลูกากู ไปใช้งานในซีซั่น 2012 – 13 และในปี 2013 – 14 ลูกากู ก็ย้ายไปเล่นให้กับ เอฟเวอร์ตัน ด้วยสัญญายืมตัว 

จนกระทั่ง เอฟเวอร์ตัน รู้สึกประทับใจฟอร์มของ ลูกากู และพวกเขาได้ยื่นซื้อขาดในปี 2014 และ ลูกากู ก็ทำผลงานจากการลงสนาม 110 นัด กับอีก 53 ประตู ภายใต้เครื่องแบบของ เอฟเวอร์ตัน จน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตัดสินใจใช้งบประมาณมากถึง 100 ล้านยูโรคว้าตัว ลูกากู เข้าสู่รัง “ ผีแดง ” ในช่วงปี 2017

แต่สำหรับ 2 ปีของ ลูกากู ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด จากการย้ายเข้าสู่ทัพ “ ผีแดง ” ในปี 2017 ถึง 2019 เรียกได้ว่าเป็นฝันร้ายของ ลูกากู หลังจากที่ลงสนามไปเพียงแค่ 66 นัด ทำได้เพียงแค่ 28 ประตู ซึ่งถือว่าเป็นกองหน้าที่ทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง และ ลูกากู จึงถูกขายออกจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 2019 ซึ่ง “ งูใหญ่ ” อินเตอร์ มิลาน ก็อ้าแขนรับกองหน้าผิวสีชาวเบลเยียม เข้าไปล่าตาข่ายให้กับพวกเขา

จนกระทั่ง ลูกากู ใช้เวลา 2 ปีกับ “ งูใหญ่ ” อินเตอร์ มิลาน ยิงประตูรวมภายใต้เครื่องแบบของ อินเตอร์ มิลาน และทีมชาติเบลเยียม ลูกากู ยิงประตูรวมตลอดระยะเวลา 2 ปี มากถึง 80 ประตู นั่นจึงทำให้ตอนนี้ ลูกากู ถูกยกขึ้นมาเป็นกองหน้าฝีเท้าจัดจ้านระดับต้น ๆ ของวงการลูกหนังยุโรป

แน่นอนว่าตอนนี้ ลูกากู ย้ายกลับมาสวมเครื่องแบบ เซลซี อีกครั้งโดยการเซ็นสัญญา 5 ปี ซึ่ง ทูเคิล ผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน และ มารีนา ซีอีโอหญิงแกร่ง ก็เชื่อมั่นในฝีเท้าของ ลูกากู ว่าเจ้าตัวจะกลับมาถลุงตาข่ายช่วยทีม เชลซี เพื่อให้ก้าวสู่ความสำเร็จ ตลอดระยะเวลา 5 ปี ที่ลูกากูได้เซ็นสัญญากับ เซลซี

ถ้าไม่อยากพลาดการอัพเดทข่าววงการฟุตบอล ต้องติดตามที่นี่ https://themilnerbrothers.com