อันเดรส คริสเตนเซ่น จากดาวรุ่งสู่อนาคตของ เชลซี

อันเดรส

ในช่วง 2-3 ฤดูกาลหลังที่ผ่านมา แฟนบอลหลายคนคงเริ่มรู้จักชื่อของ อันเดรส คริสเตนเซ่น เด็กหนุ่มจากเดนมาร์กรายนี้ ไม่ได้จำกัดเพียงแค่ในวงของแฟนบอลของ เซลซี เพียงเท่านั้น เพราะเจ้าหนูรายนี้เริ่มก้าวข้ามจากคำว่านักเตะดาวรุ่งออกมาแล้ว และพร้อมที่จะพิสูจน์ตัวเองให้กุนซือและแฟนบอลเห็นถึงความสามารถของตัวเขาเองด้วย

เส้นทางลูกหนังของ อันเดรส คริสเตนเซ่น

อันเดรส คริสเตียนเซ่น เจ้าของส่วนสูง 1 เมตร กับอีก 88 เซนติเมตร เขาเป็นนักเตะสัญชาติเดนมาร์ก ดินแดนโคนม โดยเจ้าตัวเกิดเมื่อวันที่ 10 เมษายน ปี ค.ศ.1996 ปัจจุบันเขาจึงมีอายุ 25 ปี ถือเป็นช่วงวัยเปลี่ยนถ่ายจากนักเตะดาวรุ่ง สู่นักเตะวัยพีคได้แล้ว โดยเขาเป็นเยาวชนของเบอร์เครอด ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ทีมชุด 2 ของบรอนด์บี ทีมในลีกบ้านเกิด และจนกระทั้งปี 2011 เจ้าตัวจะได้เล่นในทีมชุดเยาวชน อายุไม่เกิน 17 ปี และหลังจากนั้นเพียง 1 ปีเดียว เจ้าตัวก็หมดสัญญาลงกับบรอนด์บี และตัดสินใจที่จะไม่ต่อสัญญากับต้นสังกัด ก่อนจะย้ายซบ เชลซี สโมสรชื่อดังจากอังกฤษ ที่เข้ามาคว้าลายเซ็นของนักเตะดาวุร่งรายนี้ ไปแบบฟรีๆ แน่นอนว่า การที่เขาย้ายไป เชลซี นั้น เขาจะต้องเข้าไปอยู่กับทีม ในชุดของทีมเยาวชนเสียก่อน โดยเขาเริ่มเล่นให้กับทีมเยาวชน ชุดอายุไม่เกิน 18 ปี ก่อนจะใช้เวลาเพียงปีเดียว ก้าวขึ้นสู่ทีมเยาวชน ชุดอายุไม่เกิน 21 ปี ทันที  นี่จึงเป็นเหตุผลที่แม้ว่าเจ้าตัวจะเป็นนักเตะต่างชาติ แต่การเข้ามาฝึกในอคาเดมี่ของสโมสร ตั้งแต่เยาวชน จะทำให้ตัวเขามีสิทธิ์โฮมโกรน เหมือนกับนักเตะอังกฤษอย่างแท้จริง ดังนั้นเขาก็จึงสำคัญกับเชลซีมาก จนกระทั่งปี 2015 เขาได้ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของสโมสรเชลซี

อันเดรส อนาคตของ เชลซี

โดยในฤดูกาล 2014/2015 ตัวอันเดรส คริสเตนเซ่น ก็ได้รับโอกาสได้ขึ้นมาสัมผัสเกมกับทีมชุดใหญ่อยู่บ้าง โดยในตอนนั้นเป็นการคุมทีมของโชเซ่ มูรินโญ่ ยอดกุนซือเดอะ สเปเชียล วัน โดยเขาได้สัมผัสเกมพรีเมียร์ลีกไป 1 เกม ได้ลงเล่นเป็นตัวสำรอง มีเวลาอยู่ในสนาม 1 นาที แต่ก็ได้โอกาสในบอลถ้วยอย่างเอฟเอคัพ และอีเอฟแอล คัพ อย่างละ 1 เกม พร้อมกับการลงเล่นแบบเต็มเวลา 90 นาทีแต่ก็แน่นอนว่า การที่นักเตะดาวรุ่งคนหนึ่ง จะสามารถขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ของเชลซีได้ ค่อนข้างเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะเชลซีถือเป็นทีมที่ต้องการความสำเร็จ การรอคอยให้นักเตะดาวรุ่งเติบโต จึงไม่ใช่แนวทางหลักของพวกเขา เพราะพวกเขาสามารถที่จะใช้เงินเพื่อดึงตัวนักเตะที่พร้อมใช้งานทันทีเข้ามาได้เลย

อันเดรส ดาวรุ่ง

การเดินทางที่ระหกระเหินของ อันเดรส คริสเตนเซ่น

จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าอันเดรส คริสเตนเซ่น จะต้องออกเดินทางจาก เชลซี ไปเล่นแบบยืมตัว กับสโมสรอื่นๆ เหมือนกับนักเตะเยาวชนคนอื่นๆทั่วไป หากสามารถพิสูจน์ตัวเองได้กับต้นสังกัดนั้นๆ ก็ย่อมมีโอกาสที่จะได้กลับมาอยู่กับต้นสังกัดเดิม แต่กับนักเตะบางคน พอได้ออกไปเล่นแบบยืมตัวแล้ว แต่ไม่สามารถเรียกฟอร์มตนเองได้ ก็แทบจะหลุดจากสารบบทีมไปทันที ดังนั้นการออกมาเล่นแบบยืมตัวนี้ จึงสำคัญต่อตัวอันเดรส คริสเตนเซ่น มากๆ ซึ่งสโมสรปลายทางที่ได้ตัวเขาไปใช้งาน และได้ปลุกปั้นเขาไปในตัวคือ โบรุสเซีย มึนเช่น กลัดบัก สโมสรในศึกบุนเดส ลีก้า เยอรมันนี ซึ่งถือเป็นสโมสรที่ไม่ได้ขี้เหร่อะไรเลย สามารถขึ้นมาท้าทายเบียดแย่งตำแหน่งของพื้นที่โควต้าฟุตบอลยุโรป ได้อยู่บ่อยครั้งพอสมควร ฤดูกาลแรกของเขากับ โบรุสเซีย มึนเช่น กลัดบัค เป็นไปได้ค่อนข้างสวย เขาได้ลงเล่นในบุนเดสลีก้าไป 31 นัด พลาดไปแค่ 3 เกมเท่านั้นเอง และยิงประตูได้ถึง 3 ประตูด้วยกัน และมีอีก 1 แอสซิสต์ด้วย นอกจากนี้ยังได้มีโอกาสสัมผัสเกมในแชมเปี้ยนส์ ลีก อีกด้วย ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกสำหรับตัวเขามากๆ ฤดูกาลถัดมา เขาก็ยังถือเป็นนักเตะตัวหลักของกลัดบัคอยู่เช่นเดียว ลงเล่นทุกรายการไปถึง 43 นัดด้วยกัน พร้อมกับยิงไป 4 ประตู ทั้งที่เป็นนักเตะในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็คก็ตาม

อันเดรส คริสเตนเซ่น

อนาคตของเชลซี ที่ฝากไว้กับอันเดรส

ด้วยฟอร์มอันร้อนแรงของอันเดรส คริสเตนเซ่น เชลซี ต้นสังกัด จึงตัดสินใจเก็บเขาเอาไว้ใช้งาน ในฤดูกาลถัดมา 2017/2018 และเจ้าตัวก็ได้ลงเล่นไปถึง 40 นัดด้วยกัน ฤดูกาล 2018/2019 ได้ลงเล่น 29 นัดรวมทุกรายการ ฤดูกาล 2019/2020 28 นัด รวมทุกรายการ และฤดูกาล 2020/2021 เจ้าตัวได้ลงเล่นเหลือเพียง 27 นัดเท่านั้น และหนักไปทางตัวสำรอง จึงทำให้เจ้าตัวเหมือนมีความคิดที่จะย้ายออกจากทีม แต่หลังจากช่วงปิดฤดูกาล เจ้าตัวได้ไปเล่นยูโรกับทีมชาติเดนมาร์กมา และเปิดฤดูกาลไป เจ้าตัวเหมือนเป็นคนละคน นิ่งและกล้าที่จะเล่นมากยิ่งขึ้น ไม่เหมือนนักเตะที่ติ๋มๆ ที่แฟนบอลหลายคนต่างวิจารณ์เขาเหมือนที่ผ่านมา และเขาดูจะเป็นตัวแทนที่ดีด้วยของดาวเตะรุ่นพี่ ติอาโก้ ซิลวา ต้องมาติดตามกันต่อว่า นักเตะรายนี้จะก้าวไปสู่จุดพีคของตนเองและเป็นความหวังให้กับเชลซี ได้หรือไม่

ติดตาม ข่าววงการกีฬา พนันบอลออนไลน์ ได้ที่นี่ themilnerbrothers