หลังเกมลิเวอร์พูล บุกชนะ คริสตัล พาเลซ 3-1 ตามจ่าฝูง9แต้ม

หลังเกมลิเวอร์พูล

หลังเกมลิเวอร์พูล ของกุนซือ เยอร์เกน คล็อปป์ ลงสนามใน พรีเมียร์ลีก นัดที่ 22 พวกเขาเดินทางไปเยือน คริสตัล พาเลซ  ที่สนาม เซลเฮิร์ส ปาร์ค และกลับออกมาด้วยชัยชนะ 3-1 โดยเกมนี้ ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายออกนำ 2-0 จากการยิงของ เวอร์กิล ฟาน ไดค์ ในนาทีที่ 8 และ อเล็กซ์ อ็อกเล็ด แชมเบอร์เลน ในนาทีที่ 32 จากนั้นในนาทีที่ 55 คริสตัล พาเลซ ไล่มาเป็น 1-2 จากการยิงของ อ็อดสัน เอดูอาร์ด ก่อนที่ ฟาบินโญ่ จะมายิงปิดเกม 3-1 ในนาทีที่ 89

ภาย หลังเกมลิเวอร์พูล

หลังเกมลิเวอร์พูล ยึดที่ 2 ตามจ่าฝูง 9 คะแนน

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สลัดฟอร์มฝืดจากการไม่ชนะ 3 นัดติดต่อกัน  (เสมอ 2 แพ้ 1) กลับมาเข้าวิน 2 เกมรวด หลังผ่าน 22 นัด พวกเขาเก็บเพิ่มเป็น 48 คะแนน นั่งรองจ่าฝูง ตามหลังจ่าฝูง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 9  คะแนน แต่พวกเขาลงสนามน้อยกว่า 1 นัด ทางฝั่ง “เดอะอีเกิ้ล” คริสตัล พาเลซ พวกเขาแพ้ 3 จาก 6 เกมล่าสุด หลังผ่าน 22 นัด พวกเขามี 24 คะแนน อยู่อันดับ 13 ห่างจากโซนตกชั้น 9 คะแนน

ฟาน ไดค์ โขกตูม! ลิเวอร์พูล 1-0

เกมผ่านไปแค่ 8 นาที ช่วงนั้น ลิเวอร์พูล จ่ายบอล 56:20 ครั้ง สร้างโอกาสยิงครั้งที่ 3 (พาเลซ 0) ซึ่งสัมผัสบอลครั้งที่ 12 ของ แอนดรู โรเบิร์ตสัน กลายเป็นแอสซิสต์ให้ เวอร์กิล ฟาน ไดค์ โหม่งทำประตูให้ “หงส์แดง” ขยับออกนำ 1-0 เป็นโอกาสยิงครั้งแรก และเป็นสัมผัสบอลครั้งที่ 11 ของ เวอร์กิล ฟาน ไดค์ นับเป็นประตูที่ 2 ในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ จากการลงสนาม 20 นัด (ตัวจริง 20)

โรเบิร์ตสัน แอสซิสต์อีก! ลิเวอร์พูล 2-0

เกมผ่านไปถึงนาทีที่ 32 ช่วงนั้น ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายครองบอล 69.1% พวกเขาจ่ายบอล 286:127 ครั้ง สร้างโอกาสยิง 9 ครั้ง (คริสตัล พาเลซ 0) ซึ่งสัมผัสบอลครั้งที่ 48 ของ แอนดรู โรเบิร์ตสัน กลายเป็นแอสซิสต์ให้ อ็อกเล็ด แชมเบอร์เลน ยิงให้ “หงส์แดง” ขยับห่าง 2-0 เป็นแอสซิสต์ที่ 2 ของ แอนดรู โรเบิร์ตสัน จากการสร้างโอกาสให้เพื่อน 3 ครั้ง นับเป็นแอสซิสต์ที่ 8 ในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ จากการลงสนาม 16 นัด (ตัวจริง 16) ส่วน อเล็กซ์ อ็อกเล็ด แชมเบอร์เลน ยิงประตูที่ 2 ในพรีเมียร์ลีก จากการลงสนาม 16 นัด (ตัวจริง 8 สำรอง 8)

คริสตัล พาเลซ กลับสู่เกม

เกมในครึ่งหลัง ผ่านไปถึงนาทีที่ 55 คริสตัล พาเลซ เริ่มยกระดับเกมของตัวเองขึ้นมา พวกเขาจ่ายบอล 257:441 ครั้ง สร้างโอกาสยิงครั้งที่ 5 (ลิเวอร์พูล 12) ซึ่งสัมผัสบอลครั้งที่ 17 ของ ฌอง ฟิลลิปป์ มาเตต้า กลายเป็นแอสซิสต์ให้ อ็อดสัน เอดูอาร์ด ทำประตูให้ “เดอะอีเกิ้ล” ไล่มาเป็น 1-2

ใน หลังเกมลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล ได้จุดโทษ ฟาบินโญ่ ซัดหาย

เกมผ่านไปถึงนาทีที่ 89 ช่วงนั้น ลิเวอร์พูล ตกเป็นฝ่ายตั้งรับ แต่พวกเขามาได้จุดโทษ และเป็น ฟาบินโญ่ ที่ซัดไม่เหลือ ส่งให้ “หงส์แดง” ขยับหนี 3-1นับเป็นประตูที่ 3 ในพรีเมียร์ลีกซีซั่่นนี้ จากการลงสนาม 16 นัด (ตัวจริง 15 สำรอง 1)

หากคุณไม่อยากพลาดข่าวสาร เกมกีฬา คาสิโนและการเดิมพันต่างๆ ขอแนะนำเว็บไซต์ themilnerbrothers เพื่อติดตามข่าวสาร

บทความอื่นๆที่คุณอาจสนใจ